แพงกว่าก็ไม่ช่วย ถ้าน้ำชามันบาง

สองสามวันก่อน น้องในก๊วนชาติดชามาให้ดื่ม แล้วบอกผมสั้น ๆ แค่ว่า “แหล่งไหน หมู่บ้านไหน ปีอะไร” เท่านั้นเอง จบเลย ไม่มีชื่อโรง ไม่มีรายละเอียด ไม่มีต้น ไม่มีฤดู ไม่มีอะไรให้จับ นี่แหละที่ทำให้ผมยิ้ม เพราะโหมดนี้คือโหมดที่ผมชอบที่สุด… “ประชันชงเทียบกันตรง ๆ” แบบไม่ต้องคุยเยอะ ชาเป็นคนพูดเอง

ผมดีใจทุกครั้งเวลามีคนเอาชามาให้ชงเทียบ เพราะพูดกันตามตรง โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยนัก ส่วนใหญ่คนจะเอาชามาอวดมากกว่าเอามาเทียบ แต่วันนั้นคือเอามาชนจริง และน้องยังแอบกระซิบด้วยว่า “ได้มาแพงกว่าชาของพี่อีกนะ” โอเค…งั้นเราจัดให้เต็มระบบ

วันนั้นมีสี่คนรวมวง ผมชงเอง ใช้ชา 7 กรัม กับก้ายหวาน 130 ml แล้วเริ่มตั้งแต่ขั้นแรกสุดที่ผมให้ความสำคัญมาก ๆ คือ “ดมใบชา” เพราะใบชาไม่เคยโกหก ตั้งแต่ยังไม่ลงน้ำ ผมดมแล้วก็รู้เลยว่าชาของน้อง “กลิ่นบาง” บางแบบที่ต่อให้ชื่อจะถูก ต่อให้แหล่งจะใช่ แต่มันไม่มีแรงของใบ ไม่มีความเข้มของตัวตน

ทุกคนลองดมเทียบกันหมด และผลก็ตรงกันแบบไม่ต้องนัดหมาย…กลิ่นของชาน้องมันเบาเกินไป ขาดความแน่น ขาดความลึก ขาดสิ่งที่ชาควรมีในฐานะ “ของจริง” ตอนนั้นผมก็พูดในใจแล้วว่า แผ่นนี้ไม่น่ารอด

พอลงมือชงเท่านั้นแหละครับ น้ำชามันเฉลยทุกอย่างแบบไม่ปรานี ชาของน้องที่เอามาเทียบ “เทียบไม่ได้” ทั้งความหวาน ความเข้ม ความหนา ความอิ่มของน้ำชา และแรงพยุงปลายลิ้น ทุกอย่างบางหมด มันบางแบบที่บอกชัดเจนว่าเกรดใบไม่ถึง กลิ่นอาจจะถูกต้องตามชื่อแหล่ง แต่คุณภาพใบชา “ไม่ผ่าน” สอบตกตั้งแต่ฤดู อายุต้น ไปจนถึงความสมบูรณ์ของวัตถุดิบ

และนี่แหละคือเหตุผลที่ผมไม่แปลกใจเลย เพราะชาน้องบอกข้อมูลมาน้อยมาก บอกแค่ “ชื่อแหล่งกับปี” แต่ชาไม่ใช่แค่ป้ายชื่อ ชาไม่ใช่คำว่าเหล่าปานจังแล้วจบ ถ้าข้างในไม่ใช่ ต่อให้สกรีนชื่อใหญ่แค่ไหน ก็ได้แค่ชาเกรดรองที่เอามาแต่งเรื่องให้ดูสูงขึ้น

คนจำนวนไม่น้อยมักมีความเชื่อแบบนี้…
“ผมหาชาได้ดีกว่าที่พี่มีอีก แต่ถูกกว่า”
“ชาเกรดเดียวกัน ผมหาได้ราคาต่ำกว่า”
“เอาเกรดรองลงมา จ่ายน้อยลง แต่รสชาติไม่ต่างกันหรอกครับ”

ผมก็จะตอบแบบสุภาพว่า “ถ้าน้องหาได้ดีกว่าพี่ พี่ก็ยินดีด้วยจริง ๆ” เพราะถ้าทำได้จริง มันคือความสามารถ แต่สิ่งที่ผมเห็นมาทั้งหมด ส่วนมากมันจะจบที่คำเดียว… จ่ายค่าเทอม จ่ายค่าประสบการณ์ จ่ายค่าครู จ่ายบทเรียน แล้ววันหนึ่งพอเจอของจริงเข้าจริง ๆ คำถามจะมาทันทีว่า
“ที่ผ่านมาเราดื่มอะไรอยู่?”
“ที่ผ่านมาเราซื้ออะไรมา?”
“แล้วชาที่เก็บไว้ทั้งหมดจะทำยังไง?”

ชาไม่ใช่เรื่องของ “ราคา” อย่างเดียว มันคือภาพรวมขององค์ประกอบที่ซ้อนกันอยู่ ทั้งวัตถุดิบ ฤดู อายุต้น ความตั้งใจในการทำ และความจริงของแหล่งที่มันแสดงออกมาในน้ำชา บางคนเถียงว่า “ก็เป็นเหล่าปานจังเหมือนกัน”
ผมก็จะบอกว่า “ถูกครับ ชื่อเหมือนกัน”
แต่ไส้ในต่างกันจนเทียบไม่ได้ ระดับฟ้ากับเหว คนละโลก

เพราะฉะนั้น อย่าคิดว่าได้ชาที่ชื่อเหมือนกัน แล้วจะได้ดื่มชาแท้ สิ่งเดียวที่ตอบเราได้ ไม่ใช่คำโฆษณา ไม่ใช่ป้ายชื่อ ไม่ใช่ราคาที่จ่ายไป แต่คือ “ชาที่กำลังชงอยู่ตรงหน้า” นี่แหละ…มันจะบอกหมดว่าแท้หรือไม่แท้ และมันจะเฉลยแบบที่ไม่มีข้อแก้ตัวครับ